Art History

Taxonomy

Code

Scope note(s)

Source note(s)

Display note(s)

Hierarchical terms

Art History

Equivalent terms

Art History

Associated terms

Art History

226 Archival description results for Art History

226 results directly related Exclude narrower terms

การประชุมสภาผู้มีความรู้ทางด้านตะวันออกระหว่างชาติ ครั้งที่ 27 ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน เมืองแอนอาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา [ตอนที่ 2]

การเข้าร่วมประชุมสภาผู้มีความรู้ด้านตะวันออกระหว่างชาติครั้งที่ 27 โดยได้เดินทางจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนไปยังกรุงวอชิงตันดีซี และนครนิวยอร์ค ก่อนที่จะเดินทางไปยังนครลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เพื่อเยี่ยมเยียนผู้รู้จักและหาซื้อหนังสือด้านโบราณคดีตะวันออก และกรุงปารีส เข้าชมพิพิธภัณฑ์กีเมต์ และพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ หาซื้อหนังสือด้านโบราณคดีตะวันออก เยี่ยมศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ และเดินทางกลับประเทศไทย.

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

การประชุมสภาผู้มีความรู้ทางด้านตะวันออกระหว่างชาติ ครั้งที่ 27 ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน เมืองแอนอาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา [ตอนที่ 1]

การประชุมสภาผู้มีความรู้ทางด้านตะวันออกระหว่างชาติ ครั้งที่ 27 จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน เมืองแอนอาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา แบ่งการประชุมเป็น 2 แผนกคือ แผนกตะวันออกใกล้และอิสลาม เอเซียภาคใต้ เอเซียอาคเนย์ เอเซียภาคกลาง และทิวเขาอัลไต ผู้เขียนได้แสดงปาฐกถาภาษาอังกฤษในแผนกเอเซียอาคเนย์สมัยโบราณเรื่อง “วิวัฒนาการของเทวรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย และการตรวจตราผลที่ได้” ซึ่งเคยแต่งไว้เป็นหนังสือภาษาไทยชื่อ “เทวรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย” แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มเติมผลการตรวจตราผลที่ได้จากใช้ประติมากรรมที่มีอายุจารึกบอกไว้บนฐานประกอบด้วย นอกจากนั้น ยังมีนักวิชาการแสดงปาฐกถาเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอีกหลายท่าน คือ นายไวอัต (Wyatt) แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน แสดงปาฐกถาเรื่อง “สาบาน 3 ครั้ง ในสมัยสุโขทัย” นายเวลลา แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาย แสดงปาฐกถาเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นทั้งกษัตริย์ตามประเพณีและนักชาตินิยมปัจจุบัน” นายคันนิงแฮม แห่งมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา แสดงปาฐกถาเรื่อง “แพทย์ตามประเพณีไทย” และเจ้าวรวงค์เธอกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ทรงบรรยายเรื่อง “รามสูร-เมขลา” นายสิงครเวล แห่งมหาวิทยาลัยมลายู บรรยายเรื่อง “การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างมหากาพย์รามายณะฉบับของไทย มลายู และทมิฬ” นายกุศล วโรภาส แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ บรรยายเรื่อง “ศักดินาหรือแบบแผนยศของไทยแต่โบราณ” น.ส.สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ แสดงบทความเรื่อง “แหล่งของห้องสมุดในประเทศไทย” และ ดร.อุดม วโรตมสิกขดิตถ์ แสดงเรื่อง “การเน้นและกฎของเสียงในภาษาไทย”.

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

การขุดแต่งที่วัดพระพายหลวง จ. สุโขทัย

วัดพระพายหลวงตั้งอยู่นอกเมืองสุโขทัยเก่า ศาสนสถานของวัดนี้ คือ พระปรางค์ 3 องค์ตั้งเรียงกัน จากการขุดแต่งค้นพบหลักฐานแสดงถึงศิลปขอมที่เผยแพร่เข้ามา ณ เมืองสุโขทัย สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพระปรางค์องค์กลางมีหลักฐานแสดงว่า สมัยสุโขทัยชาวไทยได้มาแก้ไขใหม่เป็นแบบสุโขทัย ภายในซุ้มของพระเจดีย์สำคัญมีพระพุทธรูปแบบเชียงแสนประทับนั่งขัดสมาธิราบปางมารวิชัยหลายองค์ ด้านหน้าพระเจดีย์มีผนังสูงใหญ่และมีพระพุทธรูปยืนอยู่ 5 องค์ จากร่องรอยโบราณวัตถุสถานที่พบแสดงว่าระหว่าง พ.ศ. 1800 -1825 เป็นระยะที่ก่อสร้างศิลปแบบสุโขทัยขึ้นโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม ศิลปะลังกาและศิลปะแบบเชียงแสน และมีการดัดแปลงตกแต่งวัดนี้อีกหลายครั้ง แสดงว่าวัดพระพายหลวงเป็นวัดสำคัญอยู่ตลอดสมัยสุโขทัย

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

การกำหนดอายุศิลปะสมัยสุโขทัย ของ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์

ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับการกำหนดอายุศิลปะในหนังสือ ประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย ฉบับคู่มือนักศึกษา และบทความเรื่องศิลปะแห่งแดนเนรมิต (ศิลปะสุโขทัยระหว่าง พ.ศ.1750-1900 ของ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ที่เป็นการเขียนตามแนวนอน แทนที่จะเขียนตามประวัติของศิลปะแต่ละแบบตามแนวดิ่ง (vertical) โดยเฉพาะการกำหนดอายุศิลปะสมัยสุโขทัยใหม่ ดร.พิริยะ มิได้คำนึงถึงลักษณะร่วมกันเป็นสำคัญ แต่คำนึงถึงสถานที่ค้นพบเป็นสำคัญที่สุด ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับศิลปะสมัยสุโขทัย เช่น วัดศรีสวาย เจดีย์หรือสถูปศิลาแลงในวัดพระพายหลวง ปราสาทที่วัดเจ้าจันทร์ ประติมากรรมที่ค้นพบที่วัดศรีสวายและวัดพระพายหลวง สถูปจำลองสัมฤทธิ์ กลุ่มเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในวัดมหาธาตุ พระพิมพ์ดินเผา ศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 วัดสะพานหิน เมืองศรีสัชนาลัยและเมืองเชลียง พระพุทธรูปปูนปั้นที่วัดช้างล้อม พระพุทธรูปบุเงินที่วัดพระพายหลวง เทวรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ฯลฯ

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

ประติมากรรมขอม

ศ.หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุลทรงเรียบเรียงมาจากหนังสือ Le Cambodge ของ ศ.ฌอง บวสเซอลิเยร์
เนื้อหาหลักของหนังสือมุ่งแยกศึกษาประติมากรรมขอมในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมลอยตัว ภาพสลักนูนต่ำ พระพุทธรูป ลักษณะรูปภาพ (ประติมานวิทยา) รูปสัตว์ ลายพันธุ์พฤกษา ประติมากรรมสัมฤทธิ์ และ รวมถึงเครื่องดินเผา ทั้งสมัยก่อนเมืองพระนครและสมัยเมืองพระนคร

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

Prasat Phra Viharn

ศ.หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุลทรงนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ.2503 (ก่อนที่ปราสาทพระวิหารจะเกิดกรณีพิพาท) มีการแนะนำข้อมูลการเดินทางจากกรุงเทพไปยังปราสาท และข้อมูลทางภูมิศาสตร์ จากนั้นจึงนำชมไปตามลำดับตั้งแต่โคปุระชั้นต่างๆ ไปถึงปราสาทประธาน หนังสือเป็นเชิงสารคดีที่สอดแทรกความรู้ทางวิชาการ และที่น่าสนใจก็คือมีภาพถ่ายเก่าของปราสาทพระวิหารใน พ.ศ.2503
The guidebook for Prasat Phra Viharn was composed by Prince Subhadradis Diskul in 1960 prior to the dispute over the Thai-Cambodian border. The guidebook recommends that easiest way to reach the temple from Bangkok, mentions the geography and introduces the architecture of this ancient temple from the gateways to the main temple. This book is considered to be the documentary for tourist, yet some academic notices are also mentioned. The book, moreover, yields the old photos of Phra Viharn temple taken in 1960 which are of interesting.

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

Masterpieces from private collections displayed at the Bangkok National Museum from March 6 to April 6, 1968

ดั้งเดิมเป็นบทความจำนวน 3 บทความอยู่ในวารสารโบราณคดี ต่อมา ในพ.ศ.2513 ศ.หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุลได้นำมารวมเล่มเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในงานนำชมนิทรรศการที่จัดขึ้นตั้งแต่ 6 มีนาคม – 6 เมษายน พ.ศ.2511 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นนิทรรศการรวมโบราณวัตถุที่เป็นของพระราชทานยืม ประทานยืม และให้ยืมโดยบุคคลจำนวนมาก มีทั้งศิลปะทวารวดี ศรีวิชัย เขมร สุโขทัย ล้านนา อยุธยา รัตนโกสินทร์ โดยวัตถุแต่ละชิ้นมีความน่าสนใจเป็นพิเศษในด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ
Originally there were three separated articles published in the Journal of Borankhadee (the academic journal by the faculty of Archaeology). In 1970, Prince Subhadradis Diskul combined and reprinted these articles as a book attached for the exhibition held at National Museum Bangkok from the 6th March to the 6th April 1968. The book yields the catalogue of the masterpieces derived from several private collections. Some pieces are of special interested.

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

The lacquer pavilion at Suan Pakkad Palace

เป็นหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อนำชม“หอเขียน” ของวังสวนผักกาด หอเขียนดั้งเดิมเป็นหอไตรของวัดบ้านเกลี้ยง ต่อมา มรว.จุมพฏ บริพัตรได้ขอผาติกรรมมาไว้ที่วังสวนผักกาด หอไตรมีความพิเศษคือประดับลายรดน้ำบนผนังทุกแผ่น เป็นภาพเล่าเรื่องต่างๆในพุทธประวัติ เช่น ตอนปราบชฎิล ตอนเสด็จข้ามแม่น้ำไปยังเมืองกุสินาราและตอนถวายพระเพลิง ทรงกำหนดอายุอยู่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย
“The Lacquer pavilion at Suan Pakkad Palace” is the guidebook for Hor Kian or the lacquer pavilion which originally belonged to Wat Ban Kliang and Prince Chumbhot thereon transferred this pavilion to Suan Pakkad Palace. The lacquered mural inside the pavilion narrates the stories from the life of the Buddha, including the conversion of Jatila, the great demise and the cremation of the Buddha. The mural is dated to Late Ayutthaya period.

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

Indian religious influences on arts in Thailand

หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเพื่อแนะนำอิทธิพลศิลปะทางศาสนาจากอินเดียสู่ศิลปะไทยระยะต้น ตีพิมพ์สำหรับมหาวิทยาลัยมาลายาในประเทศมาเลเซียเมื่อ พ.ศ.2534 เนื้อหากล่าวถึงพัฒนาการศิลปะอินเดียใน 4 ช่วงเวลา คือ อมราวดี คุปตะ หลังคุปตะ และปาละ มีการกล่าวถึงโบราณวัตถุสถานสำคัญทั้งวัตถุรุ่นเก่าที่นำเข้ามาจากอินเดีย ศิลปะทวารวดี ศิลปะศรีวิชัย และศิลปะขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร
Written by Prince Subhadradis Diskul in 1991 for the University of Malaya, the book introduces the influence of Indian religious art to early Thailand. The sequence of Indian religious artistic influences in Thailand is dividable into four periods, viz. the period of Amaravati influence, of Gupta, of post-Gupta and of Pala influence. Some interesting artifacts, including the imported images from India, the Dvaravati images, Srivijaya and Pre-Angkorian artifacts are mentioned in this book.

ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล

Results 171 to 180 of 226