พระพุทธรูปอินเดียและความรู้ใหม่เกี่ยวกับโบราณคดีจีน
- TH Subhadradis 01 BK-01-20
- Datoteka
- 2547
Delหนังสือ
ศ.หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุลได้ลงบทความเกี่ยวกับพระพุทธรูปอินเดียและความรู้ใหม่เกี่ยวกับโบราณคดีจีนในวารสารโบราณคดีของคณะโบราณคดีไว้หลายตอน ตั้งแต่ พ.ศ. 2511-2520 โดยในส่วนพระพุทธรูปอินเดียนั้น ผู้นิพนธ์ได้นำเสนอการศึกษาพระพุทธรูปอินเดียตามระยะสมัยตั้งแต่พระพุทธรูปแบบคันธารราฐ สืบเนื่องมาจนถึงพระพุทธรูปแบบมถุรา อมราวดี คุปตะและหลังคุปตะ ส่วนประเด็นเกี่ยวกับโบราณคดีจีน ผู้นิพนธ์ได้นำเสนอข้อมูลตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยราชวงศ์ถัง
ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล
พงศาวดารจีนกับภาพยนตร์กำลังภายใน
- TH Subhadradis 02 ACAR-01-042
- Dokument
- 2529
Delบทความ
กล่าวถึงประวัติราชวงศ์จีน ตั้งแต่สังคมบุรพกาล หรือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ สังคมทาสได้แก่ สมัยราชวงศ์เซีย ราชวงศ์ส่าง ราชวงศ์จิวตะวันตก และราชวงศ์จิวตะวันออก สมัยสังคมศักดินาได้แก่สมัยเลียดก๊ก ราชวงศ์จิ๋น ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก สมัยสามก๊ก ราชวงศ์จิ้น สมัย 6 ราชวงศ์ ราชวงศ์วุย ราชวงศ์ถัง สมัยห้าราชวงศ์ ราชวงศ์ซ้อง ราชวงศ์หงวน และราชวงศ์เหม็ง นอกจากนั้น ยังกล่าวถึงภาพยนตร์กำลังภายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จีน เช่น เจ้าชายฮั่วตูแห่งราชวงศ์หงวนจากเรื่องฤทธิ์หมัดสะท้านบู้ลิ้ม จูเหวียงจาง เหวินเหวิน และเอี้ยนอ๋องแห่งราชวงศ์เหม็งจากเรื่องฤทธิ์หมัดสะท้านบู้ลิ้มภาคที่ 2 กษัตริย์คังฮีแห่งราชวงศ์เช็งจากเรื่องอุ้ยเซียวป้อ องค์ชายสี่ องค์ชายสิบสี่จากเรื่องศึกสายเลือด พรรคบัวขาวจากเรื่องกระบี่ไร้เทียมทานและจอมยุทธจักรมังกรฟ้า นอกจากนั้น ยังมีภาพยนตร์เรื่องศึกสายเลือด และศึกสองนางพญา.
ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล
พระนางซูสีไทเฮา
- TH Subhadradis 02 ACAR-02-054
- Dokument
- 2529
Delบทความ
พระนางซูสีไทยเฮา เดิมชื่อนางเยโฮนาลา (ดอกกล้วยไม้) ถือกำเนิดในสกุลแมนจู ที่ค่อนข้างขัดสน ได้รับการคัดเลือกขึ้นเป็นนางสนมของพระเจ้าเซียนฟงกษัตริย์องค์ที่ 7 ในราชวงศ์เช็ง หรือ ชิง นางเยโฮนาลาเป็นหญิงฉลาดเฉลียว มักอาสาช่วยเหลือพระเจ้าเซียนฟงในการเก็บรักษาเอกสารราชการจนกระทั่งมีความรู้เกี่ยวกับราชการงานเมืองเป็นอย่างดี เมื่อนางมีโอรสกับพระเจ้าเซียนฟง จึงได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นพระสนมเอก และได้พระนามว่า “ซูสี” ต่อมา โอรสของนางได้ขึ้นครองราชสมบัติ นางได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการและกลายเป็นผู้ปกครองประเทศจีนอย่างแท้จริง จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ เมื่อมีพระชนม์ 73 พรรษา.
ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล